ก่อนงานวันเด็กตอน ม.4 เรากับเพื่อนๆลงมาที่สนามบาสของโรงเรียน
วันนั้นเป็นวันที่ทุกระดับชั้นจะต้องจัดซุ้มงานวันเด็กกัน
ซุ้มของเรามีการตกแต่งด้วยลูกโป่ง วันนั้นเราก็เป่าลูกโป่งลูกเล็กๆมาประดับซุ้มกัน
:') ลูกโป่งลูกนึง สีชมพู
เธอหยิบมันขึ้นมาแล้วก็เอามาเป่า เธอบอกว่าเธอเป่าไม่เป็น
อิอิ.. เราให้เธอลองเป่าดูมันก็ไม่ยอมโป่ง
เราเลยบอกให้เธอจับปากลูกโป่งให้ใหญ่ๆนะ
แล้วเราก็ดึงปลายลูกโป่งให้ยืดแล้วให้เธอเป่า
มันก็พองแล้วก็แบนไป
เราก็เลยให้เธอลองเป่าอีกที
เธอก็เป่าไปประมาณ 3 ฟูด
เรามัดให้แล้วเธอก็บอกว่า
'เป็นลูกแรกที่เป่าได้เลย'
.. ^^ เราแอบเก็บมันไว้ด้วยล่ะ
หมวยก็เป่าลูกโป่งขึ้นมีเหมือนกันเป็นสีแดง
เป็นตัวแทนของมะลิ ส่วนลูกโป่งสีชมพูในมือเรา
เป็นตัวแทนของเธอ ..
ลูกโป่งที่ไม่ได้มีชีวิต มันพองขึ้นได้ด้วยชีวิตของเธอ
ลมหายใจของเธออยู่ในตัวของมัน : )
วันเด็กก็มาถึง เธอตีกลองอยู่กับเพื่อนๆ
มีน้องคนนึงเอาดอกกุหลาบไปให้เธอด้านหลังเวที
เราเองก็กระโดดๆ ร้องเพลงตามเธอด้วย
ลูกโป่งอยู่ในมือของเราตลอดทั้งวัน
หลังจากที่เธอตีกลองเสร็จ เราก็ไปซื้อน้ำเปล่ามา 4 ขวด
ยื่นให้เพื่อนเธอ แล้วฝากบอกเพื่อนเธอว่าแบ่งเธอด้วย
.. ตอนเย็นๆ เรากับเพื่อนก็ไปที่ห้องเรียน
เรายังอยู่ อาคาร 18 กันอยู่เลยล่ะตอนนั้น
เราแอบเปิดกระเป๋าเธอ แล้วเอากุหลาบที่ซื้อวันงาน
เราใส่ไว้คู่กับกุหลาบของคนอื่นๆที่อยู่ในกระเป๋าเธอ
..
วันต่อมาเป็นวันหยุด เรากับเพื่อนๆไปดูหนังกัน
เรากับหมวยใจตรงกันเลย เอาลูกโป่งไปด้วยทั้งคู่
(เป็นบ้าอะไรต้องถือลูกโป่งไปมา)
ลูกโป่งของเรามันแฟบลงแล้ว
ส่วนลูกโป่งของหมวยก็เล็กลงเหมือนกัน
เราไปแวะกินข้าวขาหมู่ที่ร้านอาหารข้างเมเจอร์ปิ่นเกล้าร้านนึง
แล้วหลังจากนั้นเราก็ไปดูหนังกัน
หลังจากออกมาจากโรงหนังเราก็พบว่า
ลูกโป่งของเราหายไป
ทั้งสีแดงและสีชมพู
เราเดินตามห้าง ผ่านที่เดินที่เคยเดินผ่าน มองดูตามทาง
ข้ามไปข้ามมาที่เซนทรัลปิ่นเกล้าก็ไม่เจอ
หมวยกับเราไปถามหาลูกโป่งว่าพี่เขาเจอมันในโรงหนังไหม
พี่ที่เขายืนคุมตั๋วก็ทำท่าแปลกใจว่าน้องหาทำไมลูกโป่ง
จะพูดก็ได้ว่ามันก็แค่ลูกโป่ง
แต่ค่าของมันสำหรับเรามันไม่ใช่แค่ลูกโป่ง
แต่มันคือความทรงจำที่มีค่ามากสำหรับคนคนนึง
มันอาจมีลูกโป่งอีกหลายพันลูกที่สีเหมือนกัน
แต่มีแค่ลูกโป่งลูกนั้นลูกเดียว ที่มีความทรงจำเล็กๆระหว่างเรากับเธอ
เรากับหมวยได้เข้าไปหาในโรงหนัง แต่ก็ไม่เจอ
เราเลยออกมาตามหาในห้างอีกรอบ
เรานึกเอะใจถึงร้านข้าวขาหมูเราก็เลยไปหากัน
เจ้าของร้านก็บอกว่าไม่เห็น
แล้วเขาก็ช่วยถามคนล้างจานหลังบ้านเขาก็บอกว่าไม่เห็น
แต่เด็กผู้ชายคนนึงเดินมาบอกว่าเขาเจอตอนเก็บจาน
วินาทีนั้นดีใจมากๆเลย
เด็นคนนั้นพาไปหาดูที่หลังบ้าน
เราเจอมันอยู่ในกองเศษอาหาร
สภาพมันเลอะแล้วมันก็แตกเป็นรูแล้วด้วย
เราเอาขึ้นมาล้างน้ำให้สะอาดแล้วก็เก็บเอาไว้
เราดีใจจนกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เลย
หลังจากนั้นเราก็ไปที่โรงหนังเพราะหมวยมั่นใจว่ามันอยู่ในนั้น
เราไปตอนที่หนังอีกรอบฉายใกล้จบพอดี
พนักงานก็เลยให้เรารอสักแปบเดียว
พวกเขาดูท่าทางจะมองว่าสิ่งที่เราทำมันเป็นเรื่องไร้สาระ
แต่เราก็ไม่ว่าอะไร เพราะเรื่องแบบนี้ถ้าไม่เป็นเราก็ไม่มีวันเข้าใจ
ในที่สุดเราก็เข้าไปในโรงหนังอีกครั้ง
แล้วเราก็ไปหาตรงเก้าอี้ที่เดิม
หมวยลองเลื่อนเก้าอี้ดูก็ได้ยินเสียงเรียกของลูกโป่ง
(เสียงเอี๊ยดๆ เวลาอะไรมันเสียดสีกับลูกโป่งนั่นแหละ)
แล้วสุดท้ายเราก็เจอทั้งลูกโป่งสีแดง และลูกโป่งสีชมพู
มองเวลาดูอีกทีเราหามันมาตั้ง 2 ชั่วโมงกว่าเชียวล่ะ
ลูกโป่งของหมวยก็เหลืออันเล็กนิดเดียว
ส่วนของฉันก็แตกไปแล้ว แต่ฉันก็ยังเก็บไว้จนถึงทุกวันนี้
'ก็ไม่เป็นไรนะแม้ว่ามันไม่มีลมหายใจเธออยู่
'แต่ยังไงลูกโป่งนี้ก็ "เคยมีลมหายใจของเธออยู่" นี่นะ ^^'
เราน่ะ รักลูกโป่งสีชมพูนี้มากๆเลยเธอรู้มั้ยจ้า ^_^